View Sidebar

ใส่ e-mail address เพื่อกดรับบทความอัพเดตกันได้ที่นี่

Join 1 other subscriber

 
ที่มาของวันคริสต์มาส

ที่มาของวันคริสต์มาส

ธันวาคม 22, 2010 8:25 AM0 comments

กลับมาอัพเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ Weekly Bible ซะที แต่คราวนี้ขอให้เข้ากับช่วงนี้ซะหน่อย เป็นเรื่องของวันคริสต์มาส ไม่รอช้า มาดูกันเลยดีกว่า

วันคริสต์มาส เป็นช่วงที่ใครหลายๆคนมีความสุข เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้เฉลิมฉลอง ได้กินเลี้ยง ได้แลกเปลี่ยนของขวัญ หรือการ์ดอวยพรให้กัน ได้หยุดพักผ่อน ได้ไปเที่ยว ได้ร้องเพลง มีกิจกรรมอย่างสนุกสนาน  แต่ใครจะรู้ว่า วันคริสตมาสจริงๆ แล้ว มันมีที่มาอย่างไรกันแน่?

วันคริสต์มาส จริงๆ แล้วไม่ใช่วันที่พระเยซูทรงบังเกิดจริงๆ แต่เป็นวันที่ได้กำหนดขึ้นในสมัยที่ชาวโรมันเริ่มหันมานับถือศาสนาคริสต์ ในช่วงปี ค.ศ. 525 โดย ไดโอนี ซีอุส จึงทำให้เกิดการฉลองของชาวคริสต์ รวมถึงเทศกาลอื่น ๆเช่น  วันศุกร์ประเสริฐ (วันที่ระลึกช่วงที่พระเยซูถูกตรึงที่ไม้กางเขน) หรือวันอีสเตอร์ (วันที่ระลึกถึงช่วงที่พระเยซูทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย) เป็นต้น

วันคริสต์มาส เป็นวันที่ระลึกถึงการที่พระเยซูคริสต์ ได้ทรงบังเกิดที่เมืองเบธเลเฮม ในสมัยของมหาจักรพรรดิซีซาร์ ออกัสตัสครองอาณาจักรโรมัน ท่านทรงมีความต้องการที่จะทราบจำนวนประชากรของอาณาจักรโรมัน จึงมีการทำสำมะโนประชากร จึงทำให้ประชากรในอาณาจักรทุกคนต้องกลับไปยังเมืองที่เป็นบ้านเกิดของตน (ลูกา 2:1-3)

เรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวันคริสต์มาส เริ่มต้นขึ้นเมื่อ เศคาริยาห์ ปุโรหิต ได้ไปถวายเครื่องบูชาในพระวิหารตามปกติ ต่อมา ทูตองค์หนึ่งของพระเจ้าก็ทรงเรียกท่าน กล่าวว่า “นางเอลิซาเบธ ภรรยาของท่านจะคลอดบุตรชาย จงตั้งชื่อบุตรนั้นว่า ยอห์น” แต่ท่านไม่เชื่อว่าจะมีได้ เพราะทั้งท่านและภรรยาของท่านต่างก็ชราแล้ว ท่านจึงเป็นใบ้ จนกว่าจะถึงวันที่ภรรยาของท่านจะคลอดบุตรชาย (ลูกา 1:5-23) และในช่วงเวลาใกล้ๆกัน มารีย์ ซึ่งเป็นสาวพรหมจารี ได้หมั้นไว้กับชายที่ชื่อโยเซฟ ได้พบกับทูตสวรรค์ กล่าวว่า “ดูเถิด เธอจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย จงตั้งชื่อบุตรนั้นว่า เยซู”(ลูกา 1:26-31) เหตุการณ์นี้ทำให้โยเซฟ คู่หมั้นของเธออยากถอนหมั้นเธอลับๆ แต่ทูตสวรรค์ก็ได้มาเข้าฝันโยเซฟ กล่าวว่า “อย่ากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยาของเจ้าเลย เพราะว่าผู้ที่ปฏิสนธิในครรภ์ของเธอเป็นโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ เธอจะประสูติบุตรชาย จงตั้งชื่อบุตรนั้นว่า เยซู เพราะว่าท่านจะเป็นผู้ที่จะโปรดช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากความผิดบาปของพวกเขา”(มัทธิว1:18—24) ต่อมา เอลิซาเบธ ภรรยาของท่านก็ให้กำเนิดบุตรชายขึ้นจริง ตามคำกล่าวของทูตสวรรค์ (ลูกา1:57-66)

หลังจากนั้น  โยเซฟกับมารีย์ก็ไปจากเมืองนาซาเร็ธ แคว้นกาลิลี มายังเมืองเบธเลเฮม แคว้นยูเดีย ซึ่งเป็นเมืองเกิดของโยเซฟ  เพื่อไปขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย เมื่อถึงเวลาที่จะประสูติบุตร ก็ไม่มีห้องว่างให้พัก โยเซฟเลยพามารีย์มายังที่ว่างในโรงแรม ในบริเวณคอกสัตว์  แล้วมารีย์ก็ประสูติบุตรชายหัวปี พันผ้าอ้อม นอนอยู่ในรางหญ้า (ลูกา 2:4-7)

ในช่วงเวลาเดียวกัน ยังเกิดอีก 2 เหตุการณ์คือ  เหล่าคนเลี้ยงแกะ ได้ยินเสียงเหล่าทูตสวรรค์ที่ปรากฏขึ้น และกล่าวกับเหล่าคนเลี้ยงแกะว่า “พระสิริจงมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด    ส่วนบนแผ่นดินโลก  สันติสุขจงมีท่ามกลางมนุษย์ทั้งปวง  ซึ่งพระองค์ทรงโปรดปรานนั้น” เหล่าคนเลี้ยงแกะก็ได้ไปพบพระกุมารเยซู ทุกคนต่างประหลาดใจว่า สิ่งที่เหล่าทูตสวรรค์กล่าวนั้นเป็นจริง  (ลูกา 2:8-20)

อีกเหตุการณ์คือ มีเหล่าโหราจารย์ ได้พบดวงดาวสุกใส จีงได้ออกตามหา จนมาพบกับพระกุมารเยซู และได้มอบทองคำ กำยาน และมดยอบ (มัทธิว 2:1-12) ซึ่งของแต่ละชิ้นมีความหมายดังนี้

  • ทองคำ (Gold) เป็นของขวัญทรงคุณค่าที่คู่ควรกับกษัตริย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พระกุมารเยซู เป็นผู้ที่มาบังเกิดเป็นกษัตริย์
  • กำยาน (Frankincense) เป็นเครื่องหอมที่ใช้นมัสการพระเจ้าในพระวิหาร ผู้ที่จะถวายได้คือปุโรหิต เท่ากับเป็นการยอมรับว่าพระกุมารเยซูนี้คือ ผู้ที่มาบังเกิดมาเป็นปุโรหิตระหว่างโลกกับสวรรค์
  • มดยอบ (Myrrh) เป็นสิ่งที่ใช้ชโลมศพเพื่อดับกลิ่น และรักษาสภาพศพให้คงรูป เท่ากับเป็นการยอมรับว่า พระกุมารเยซู มาเพื่ออยู่และตายไถ่บาปมวลมนุษย์ในฐานะพระผู้ช่วยให้รอด และเป็นค่าไถ่บาป

ส่วนเรื่องของซานต้า คลอส  เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทีหลัง  ซึ่งเกิดจากตำนานและจินตนาการที่ถูกหลอมรวมเข้ากับวันคริสตมาส ขอไม่กล่าวถึง เดี๋ยวจะยาวมากไปกว่านี้

อีกหนึ่งเรื่องที่อยากพูดถึง คือ X’Mas ที่คนทั่วไปมักใช้แทนคำว่า Christmas มีที่มาจากภาษากรีกที่อ่านว่า Christos มีอักษรตัวแรกขึ้นต้นด้วยตัว X เป็นการเขียนแบบย่อ หลักฐานที่มีการใช้ X’Mas ปรากฏขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1551 แต่สำหรับคริสเตียนแล้ว เราควรที่จะให้ความสำคัญกับพระเยซู มากกว่าที่จะหาคำย่อให้สั้นจนไม่เห็นความหมายที่แท้จริงของวันนี้

เรื่องราวของวันคริสตมาส เป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าค้นหาเป็นอย่างยิ่ง ใครที่สนใจเรื่องราวของวันคริสตมาส สามารถไปพบกันได้ในคริสตจักรใกล้บ้านท่าน เพื่อที่จะศึกษาเรีื่องราวให้ลึกซึ้งมากกว่านี้

ขอพระเจ้าอวยพรทุกๆคนครับ :)

ที่มาของข้อมูล

ณัฐนันท์ สอนพรินทร์.  Unseen Christmas อีกมุมมองที่คุณไม่เคยรู้.  พิมพ์ครั้งที่ 2.   กรุงเทพฯ : โซเฟีย บุ๊คส์, 2005

ธงชัย ประดับชนานุรัตน์.  ABC คริสตมาสนี้มีที่มา.  พิมพ์ครั้งที่ 3.  กรุงเทพฯ : บี เอส ซี บุ๊คส์, 2001

สมาคมพระคริสตธรรมไทย.  พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1971.  พิมพ์ครั้งที่ 13.  กรุงเทพฯ : สมาคมพระคริสตธรรมไทย, 2004

zv7qrnb